รีวิวท่องเที่ยว/กิน


รีวิวเที่ยวจีน คุนหมิง แชงกรีร่า ย่าดิง แบบฉบับคนจน ของแท้





สวัสดีครับ นี่เป็นกระทู้แรกของผมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบจัดหนัก จัดเต็ม ในการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของผม

ชอบรูปนี้มากแสงมันได้
      ขอเกริ่นก่อนนะครับ ผมเป็นเด็กที่บ้านไม่ได้มีฐานะเลยแม้แต่น้อยแต่มีความฝันอยากไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ในทางกลับกันในประเทศก็ไม่เคยออกจากจังหวัดบ้านเกิดตัวเองเลย และผมพึ่งเรียนจบมาและทำงานเลย เลยมีโอกาสได้เก็บเงินเพื่อการนี้ และวันนี้ก็มาถึงงงง งืออ น้ำตาจิไหล
     ไปลุยกัน ที่จีน ด้วยงบ ที่ถือไป 12,000  บาทไทย เป็นเงินจีน  2,400  หยวน กับ 10 วัน 9 คืน ไปลุยกันนน   คุนหมิง แชงกรีล่า ย่าดิง ลี่เจียง

                           ปล.*********ปล.
รูปที่เห็นทั้งหมดนั้นถ่ายด้วยกล้องมือถือ Samsung s8+ เด้อ พังบ้างผีบ้างอย่าว่าเก๊าน๊า

จะไปเที่ยว ตปท. ทั้งที ก็ต้องมี พาสปอร์ต ก่อน อันดับแรก  ไป สายใต้กันใกล้บ้านสุด ซึ่งบนสายใต้ คนน้อยมากกกก  ส่วนค่าทำ 1,000 บาทครับ ขึ้นไปถึงก็ไปถามพนักงานในนั้นได้เลยเค้าจะแนะนำขั้นตอนทั้งหมด ครับ สะดวก ง่าย รวดเร็วครับ ผมใช้เวลาทั้งหมดไป 30 นาที ^^
มีพาสปอร์ตแล้ว จะไปเที่ยวจีนต้องมี วีซ่า ด้วยครับ
แต่ง่ายมาก เพื่อนทำให้ เลยไม่รู้ขั้นตอนอะไรเลย แต่รู้ว่าราคา ที่ใช้ขอวีซ่าคือ 1,500 บาทครับ
และขาดไม่ได้เลยครับ คือ ตั๋วเครื่องบิน ผมซื้อไปกลับ แอร์เอเชีย ในราคา 4,400 บาทไทย
และเมื่อมีเอกสารสำหรับออกไปต่างประเทศ ก็ต้องมีเสื้อผ้า เพราะอากาศมันหนาวเด้อ
ไป ยูนิโคล่กัน ซื้อเสื้อลองจอนของยูนิโคล่ กับเสื้อขนเป็ดมา ส่วนแพลนคือ หน้างานจ้า พร้อมเดินทางแล้วไปเจอกันที่จีนครับ ^^

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแบบไม่โลกสวยและไม่กั๊ก คือ 20,400 บาทถ้วนครับ
ค่าใช้จ่ายกินใช้ที่พักในจีน 12,000 บาท  
ค่า พาสปอร์ต + วีซ่า 2,500 บาท
ค่า ตั๋วเครื่องบินไปกลับ 4,400 บาท ปล.แล้วแต่โปรที่ได้
ค่าเครื่องนุ่งห่มเสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาว 1,500 บาท

Day,1  23/05/2016
  8:00 น.
             เด็กชายบ้านนอกตาดำๆ คนนึงก้าวขึ้นเครื่องบินครั้งแรกของชีวิตเพื่อที่จะมุ่งหน้าไป จีนแผ่นดินใหญ่ด้วยเงินในกระเป๋าเพียงแค่ 12,000 บาทไทย หรือ 2400 หยวนจีน แบกกระเป๋าไปกับเพื่อนสองคน แอบตื่นเต้น แอบหวั่นใจเล็ก เพราะนี้คือการออกจาก Comfort zone ครั้งแรก
  10.00 น. ในจีน คือ 11.00
             ก้าวแรกก็แตะถึง คุนหมิงจีนแผ่นดินใหญ่ ความรู้สึกแรกที่ได้คือ อากาศที่นี่ บริสุทธิ์มาก ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ต่างจังหวัดในบ้านเราไม่มีผิด ลงจากเครื่องบินเสร็จก็พากันไปจุดตรวจคนเข้าเมือง ไปยืนรอเข้าแถวตรวจจนถึงคิวเจ้าหน้าที่ก็ไล่ให้ไปกรอกเอกสาร ซึ่งคนโง่ภาษาจีน สองคนที่ฟังไม่รู้เรื่องก็เมาแมว ยืนหมุนไปหมุนมากรอกข้อมูลไรวะ ตรงไหนวะ จนเจ้าหน้าคนเดิมที่รำคาน เดินมาบอกว่าไม่ต้องกรอกละไปตรวจอัตลักษณ์ได้ ปกติต้องทำตั้งแต่บนเครื่องแล้ว และจริงๆไม่รู้ว่าเค้าพูดอะไรเมาทั้งคู่เดาไปเรื่อย พอตรวจเรียบร้อยก็เดินออกมาจากสนามบินเพื่อจะขึ้นรถบัสไป western terminal station หรือ สายตะวันตก นั่นเองเพื่อที่จะซื้อตั๋วไป แชงกรี-ร่า เมืองเก่า
   11.00 น.  เวลาตามในประเทศจีน
              นั่งบัสจากสนามบินในราคา 13 หยวน (65 บาท)

รถบัสสาย 919 ไปสถานีรถบัสสายตะวันตก
เพื่อไปสถานีรถบัสสายตะวันออก ระหว่างเดินทางเจอป้าคนไทยช่วยพูดจีนกับคนเก็บตั๋วว่าเราจะลงกันที่สถานีบัส ป้าบอกลงหลังจากป้ายที่ป้าลง ป้ายนึง  ก็พากันลงตามที่ป้าบอก ปรากฏว่าอีป้าเล่นกูแล้ววว ไม่ใช่ยังไม่ถึง เลยต้องพึ่งพี่ Google map มันบอกให้นั่งเมล์สาย 6 ไป จากนั้นก็พากันขึ้นไปแบบงงๆ จ่ายตังที่ใครวะ ไม่มีกระเป๋ารถเมล์!!!!! เลยเปิดรีวิวอ่านเค้าให้หย่อนเงิน หรือแตะบัตรตรงที่นั่งคนขับในราคา 1 หยวน (5บาท) ถามว่าได้จ่ายไหม หึ!!!! ไม่ได้จ่ายมันไม่มีตัง แบงก์ 1 หยวนอ่าาาา แลกไปแต่แบงก์ 100 เด้อ ก็พากันลงพี่คนขับก็ไม่ว่าไรนะ 5555 นั่งรถเมล์ฟรีไปจ้าา จากนั้นก็พากันมาถึงสถานี ซื้อตั๋วไป แชงกรี-ร่า ในราคา 208 หยวน (1,040 บาท) รถออก 19.00 น. เวลาเหลือเยอะมากเลยไปเดินเล่น ที่ jinbi squre คล้ายๆสยาม บ้านเรา ก็หาไรทำเรื่อยเปื่อย แต่ของที่จีนถูกมากกกก
     17.00  น.
                ได้เวลาขึ้นรถกลับไปรอขึ้นรถไป แชงกรี-ร่า เลยเดินหาป้ายรถเมล์ ตามที่ Google map บอก หากันอยู่ ชม.กว่าๆ
จนเวลาผ่านไป
      17.30 น.
                เลยตัดสินใจจะนั่งแท็กเพราะกำลังจะตกรถไปแชงกรี-ร่าละ รถแท็กซี่ไม่รับเลยเพราะรถมันติด จนเวลาผ่านไป….    
        18.10 น.
                  เจอสวรรค์มาโปรดส่งแท็กซี่มาให้พวกเรา เลยตกลง ดีลกับแท็กซี่จะไปในราคา 70 หยวน (350) ตัวเลือกมีไม่มากนักตอนนั้นก็ต้องไป เพราะตั๋วราคาแพง จะเสียไปไม่ได้
ก็นั่งกันมาเรื่อยๆ เอะทำไมทางแปลกๆ เปิดแมพ อ้าวเห้ยไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่น่า^&$€£#& ออกนอกเส้นทางไปไกลมาก เลยทั้งเคาะทั้งเรียกทั้งด่า ว่างงงง ไม่ใช่ทางนี้  มันก็เถียงว่าใช่ๆๆ ทางนี้แหละ  จนพวกเราตัดสินใจจะลงตรงนั้นเลยที่หลงไป ตอนนั้นก็เป็นเวลา 18.30 แล้วเห้ยยย!!  รถออกตอน 19.00  

แล้วววว จอดๆ ต้องจอด มันก็จอด พอเปิดประตูลงได้ วิ่งเลยย ไม่จ่ายโว้ยยยย วิ่งไปหันมองไปมันจะตามมาตีไหมว้าา  พามาผิดทางแสส  เดินไปนิดนึง  สวรรค์ก็สงสารส่งสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินมาให้ จำได้ว่าตรงสถานีรถบัสมีรถไฟฟ้านี่หว่า
         18.40 น.
                 ไม่มีอะไรจะเสียละลงไปตายเอาดาบหน้าเลยละกัน  พอลงไปถึงสถานีถามว่า มีสถานีบัสสายตะวันตกไหม เจ้าหน้าที่พาไปซื้อกดหยอดพาไปส่ง รถไฟฟ้าใต้ดินที่นี่ 10 สถานี 4 หยวน (20  บาท)   จากนั้นก็ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินไปสถานีรถบัส
         19.10 น.
                  ถึงสถานีเป็นที่เรียบร้อย วิ่งดิเอ้วิ่ง เลทมา 10  นาทีแล้ว โชคยังดีอยู่รถยังไม่ออก เลยเดินเข้าไปพร้อมเจ้าหน้าทีที่เดินด่ากูไปตลอดทาง จนถึงรถ ไกล้จะได้ขึ้นละไกล้ละ แต่!!!! ปรากฏว่า มีคนมาแทนที่ แล้วทุกคนล้วนพากันชื่นชมพวกเราด้วย คำด่า!!! แปลไม่ออกหรอกแต่รู้วีาด่าา จนไม่ได้ไปคันนั้นครับ แต่เค้าให้ไปคันถัดไปเวลา 20.00 น.  เลยมานั่งจับใจความก็อ๋อ  อีคนบนรถที่มาด่าชั้นคือ เจ้าของตั๋วใบนี้ แหม่……  
         20.00 น.
                   ขึ้นรถ นอนยาวเลย สภาพรถนี่แบบ อื้อหือ ที่นอน อื้อหือหมอน และที่คสุดคือ มีขวดบ๊วยเน่าที่โดนยัดติดไว้บนหัวนอน เหม็นมาก ต้องใช้ คนเอาออกถึง 3 คน เกือบระเบิดใส้หัว หลังจากเสียเวลาแกะขวดบ๊วยเน่าเป็นเวลานาน ก็นอนกันทั้งคืน…….

Day,2 24/05/18
     หลังจากนอนบนรถบัสมาเป็นเวลา 6 ชม. 

 รถนอนจะฟิวนี้เลย
จาก สถานีรถบัสสายตะวันตกคุนหมิง ก็มาถึงเมืองเก่าแก่ เมืองอารยะธรรมโบราณ เมืองแห่งความสงบเงียบ จงเตี้ยน(แชงกรี-ร่า) ก็พากันลงรถ
8.00  น.
ถึงแชงกรี-ร่า กันเป็นที่เรียบร้อย ก็พากันไปซื้อตั๋วรถไว้สำหรับไป เต้าเฉิงในวันพรุ่ง เป็นเงิน 108 หยวน (540บาท) ซื้อตั๋วเสร็จกะว่าจะเอาของไปเก็บที่พักก่อนละไปตะลุยต่อ ออกจากสถานีรถไปรอรถ มีรถตู้คันนึงแวะมาถามว่าไปมั้ยยยย (อันนี้คิดเองไม่รู้เค้าถามว่าอะไร) เลยถามกลับว่า ดู้เช่าเชียน หรือ เท่าหร่ายยยย  เค้าบอก 10 หยวน (50บาท) โอเค ราคาไม่โหดมากกับ 2.5 กิโล ไปก็ไป
9.00 น.
ถึงที่พักเรียบร้อย (kevin’s trekker inn ) ในราคา 54 หยวน (270) (คอนเฟริมอีกเสียงจากรีวิว ว่าที่พักนี้ดีจริงๆ เปิดประตูเดินเข้าไป เป็นที่พักที่อบอุ่นไม่ใหญ่ไม่เล็ก มี เจ้คนนึงออกมาเปิดประตูตอนรับ ความดีอยู่ที่ เจ้แกหรือพวกเราขนานนามแกว่าแม่ แม่นางพูดภาษาอังกฤษเก่งมากๆ ซับพอร์ท ทุกช่องทาง แนะนำการเดินทางการท่องเที่ยวในเมืองแบบละเอียดยิบ

kevin’s trekker inn

12.00 น.
เดินออกไปหาจักรยานเช่ากันตามที่แม่บอก ในราคา 50 หยวน (250บาท)  ก็มีแพลนในหัวคร่าวๆ ว่าจะปั่นชมเมือง เพราะที่นี่คือเมืองอารยะธรรมโบราณ ที่ครั้งนึงในชีวิตต้องมา ปั่นได้ไม่ถึง 200 เมตร  ทั้งหอบทั้งเหนื่อย เลยเข็นไปคืนไม่เอาละ เจ้าของเลยเสนอ สกูตเตอร์ไฟฟ้าให้ในราคา 120 หยวน (600บาท)เอาก็เอาวะ พอได้รถมา ภาระกิจเริ่ม ที่แรกเลย ทะเลสาบ นาปาเลค
13.00 น.
ขับรถชมนกชมไม้ไปตลอดทางด้วยค่ารถหลักร้อย วิวหลักล้านนน กับความเร็วรถที่เร็วมากจนเต่าตกใจ 40 กิโลเมตรต่อ ชม.  บางเวลาความเร็วลดเหลือ 30 กว่าๆ กับลมหนาวในอุณหภูมิ 9-14  องศาโดยประมาณ

วิวระหว่างทางไปทะเลสาบ
15.00 น.
ก็มาถึงทะเลสาบช้าเพราะแวะไปเรื่อยวิวมันดีจริงๆ พอถึงก็แอบผิดหวังนิดนึง เพราะไม่ได้สวยดั่งที่คิดไว้สักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่แย่ 

ทะเลสาบนาปาเลค บางมุม
17.00 น.
แวะเข้าไปวัดเต้าฝอ วัดระฆังหมุนได้ ที่สวยและน่าประทับใจมากๆ ขึ้นไปข้างบนก็ได้มีโอกาสไปหมุนระฆัง หนักมากกกกกก ต้องใช้ ชายฉกรรจ์ อย่างน้อย 10-20 คนหมุน  วิวเมืองเก่า แชงกรี-ร่า ข้างล่างที่มองลงไปจากวัดช่างน่าประทับใจในความสวยความรุ่งเรืองในสมัยก่อน  

วัดต้าฝอในตอนกลางวันและวิวรอบๆวัด
18.00 น.
ออกจากวัด ต้าฝอ ไปต่อที่วัด ซงซานหลิน วัดอารยะธรรมโบราณสมัยทะไลลามะ ที่ยกแบบมาจากวัดโปตาลา ใน กรุงลาซาจาก ทิเบต  มีอายุกว่า 300 ปี ค่าเข้า คนละ 120 หยวน (600) คุ้มค่ากับเงินหลักร้อย วิวหลักล้านอีก 1 รอบสวยตระหง่าน อร่ามตาไปด้วยทอง อวยใส้แหกฉีกบอกเลย  55555  อยู่บนวัดไปสักพักก็เริ่มมีอาการแพ้ที่สูง ปวดร้าวในตาขึ้นมา เลยพากันลงและกลับ 

วิวโดยรอบวัด

ทีเด็ดเลยอลังมากครับวัดซงซานหลิน
20.00 น.
กลับลงมาจากวัดมาถึงที่พักห่างกันประมาณ 7 กิโล  ก็รีบ อาบน้ำกินยา เพราะอาการแพ้ที่สูงก็เอาการอยู่ กินยาเสร็จก็สลบในทันทีโดยไม่ต้องบิ้วให้หลับเลย…..

ปล.ระหว่างทางเราเจอวัด วัดนึงตอนไปนาปาเลค ซึ่งเราไม่มั่นใจว่าวัดอะไร มีรูปประกอบครับ 

Day’3 25/05/18

5.00 น.
ตื่นขึ้นมาในเมืองอันแสนเงียบสงบ เมืองแห่งความศรัทรา และ อารยะธรรม จงเตี้ยน (แชงกรี-ร่า) ก็รีบอาบน้ำ แต่งตัวกันเพื่อเตรียมตัวขึ้นรถไป เต้าเฉิง 

บรรยากาศเมืองยามเช้า
6.00  น.
ลืมบอกไปว่าเมื่อวาน มีอาการแพ้ที่สูงปวดร้าวในตา ตอนไปวัด จงซานหลิน  ความสูงเพียงแค่ 3200 จากระดับน้ำทะเล เลยทำให้การตื่นขึ้นมาในเช้าที่สดใส อุณภูมิ 9 องศา ไม่ค่อยจะสุขกายสบายตัวสักเท่าไหร่ เพราะยังเมาๆกับยาแก้เวียนหัว และ ยาแก้แพ้ ที่เอามาจากไทยมา
7.00 น.
ออกจากที่พักไปขึ้นรถที่สถานีเพื่อจะไป เต้าเฉิงกัน  7.30 น.  ก็พากันมาถึงท่ารถเตรียมตัวเตรียมใจ กายพร้อมใจพร้อมเราทำได้ 5555  ก็ขึ้นรถกัน กระเป๋ารถบอกเข้าไปข้างในๆๆๆๆ  ย้ำๆ อยู่นั่น พวกเราไม่สนใจ เลยเอาตั๋ว ไปให้คนจีนแถวนั่นดูถามว่า ที่นั่งตั๋วนี้ตรงไหน โชคเข้าข้างคือเค้าพูดอังกฤษได้ รอดตายละตู เค้าชี้ไปตรงที่นั่ง 2-3 ตรงโซนหน้าๆ แหม่เกือบโดนกระเป๋าหลอกให้ไปนั่งข้างในสุดละ นั่งไปอย่าบ่นอีก 10 ชม. เอง
9.00 น.
รถเคลื่อนตัวออกมาได้สักพักทางก็เริ่มมหาโหดสัสรัสเซีย ขึ้นเขาลงเขา ขึ้นเขาลงเขา วนรอบเขา ลงเขา ขึ้นเขา ประมาณ 5 ร้อยลูก “นี่ก็เว่อไป”  พร้อมกับวิว หลักล้านอีกเช่นเคย ทั้งภูเขา ท้องฟ้า ใบหญ้า ป่าเหว มาครบ ครบครันจริงๆ ใครเมารถนี่เตรียมยามาเลยจ้า

รูปถ่ายจากในรถอาจจะพังๆหน่อย
11.00
รถวิ่งมาถึงจุดพัก โอ้พระเจ้าปวดทั้งขรี้ปวดทั้งเยี่ยว  นั่นไงห้องน้ำ พุ่งเข้าไปแบบไมคิด  อื้อหือออ ตะลึงตึงๆกันเลยทีเดียว ทั้งขรี้ทั้งเยี่ยว ยั้วเยี้ยไปหมด กลืนน้ำลาย หนึ่งครั้งและรีบเยี่ยวไม่ต้องขรี้ เก็บไว้เลี้ยงสมอง ดีกว่าาา
16.00
รถวิ่งมาตามทางปกติไม่หวือหวาไม่มีอะไรน่าตกใจเพราะหลับตลอดทาง น่าจะเป็นผลพวงมาจากยาเมื่อคืน ก็มาถึงบ้านพักของคนป่าคนเขา
เค้าก็มีคนขึ้นมาเสนอว่าไป ย่าติง ใช่ไหม มีรถแวนไปไหมคนละ 50 หยวน(250บาท) ไปดิรอไรก็ลงจากรถบัสทันที พร้อมกับ เพื่อนร่วมทางที่เพิ่มขึ้นมาอีก 4 คน ไทย 2 ฝรั่ง 2 โดยสารรถตู้กันไป 2 คัน คันนึง 4 คนไทยทั้งคัน หนึ่งในนั้นคือไมค์ และฝรั่งแยกไปอีกคันนึง ระหว่างทางเราขอให้ลุงคนขับจอดถ่ายวิว เค้าก็จอดให้มันสวยเหลือเกิ้นนน

17.00 น.
แพลนเราเปลี่ยนจากที่จะนั่งบัสไปเต้าเฉิง เลยยิงยาวด้วยรถแวนไปย่าดิงเลย และแล้วก็มาถึง เมืองรือว่า หรือ ย่าดิงนั่นแหละ เข้าที่พักทันที ที่พักเป็นแบบ โฮสเทล นอนห้องละหลายๆคน คืนละ 30 หยวน (150บาท) 

มาถึงก็อาบน้ำอาบท่าและออกไปหาข้าวกิน
ที่พักจำชื่อไม่ได้งือ เจ้าของเป็นคนเกาหลีที่มีแฟนเป็นคนจีน  เค้าดีมากเลย
18.00 น.
เดินชมเมืองพร้อมกับหาร้านข้าวไปด้วย จนเจอร้านขายยา ร้านขายยา!!! จะกินข้าวไม่ใช่รึนายท่าน  จะซื้อยาแก้แพ้ความสูง ยืนคุยกับ คนขายนานมากกกกก เพราะคุยไม่รู้เรื่อง 5555 จนเจอยาาา!!!! เก่งมากกก  เจอเพราะรูปภูเขา โธ่ไมค์โธ่  ในราคา 89 หยวน (445บาท) แพงงงงมากก เลยยืนต่อราคา จนรู้ละว่าต่อไม่สำเร็จเลยใช้แผนเสริม หายาที่ถูกกว่าก็ได้มาในราคา 49 หยวน(205บาท) หารกับน้องคนไทยที่เจอระหว่างทางคนละครึ่ง ใช้เวลาในนั้นเกือบครึ่งชม. 

บรรยากาศตอนกลางวัน
19.00 เดินหาของกินจริงๆละ  ก็เจอร้านหม่าล่า เจ้าเด็ดเจ้าดัง มโนไปเองอันนี้ 

ก็ได้ไปกินเนื้อจามรี หรือ ย๊าค นั่นเอง ก็อร่อยดีสมคำร่ำลือว่าที่นี่ หม่าล่าเด็ด  กินเสร็จก็เดินหาเสบียงตุนไว้สำหรับพรุ่งนี้
20.00
เข้าห้องนอน……

DAY,4 26/05/18 VISITOR
ตื่นเช้าขึ้นมา พร้อมกับความกระปรี้กระเปร่า พร้อมมากวันนี้กับการไปเยือน ย่าดิง  (Yading)  
5.30 น.
ตึ่ง ดึง ดึ้ง ตึ่ง ดิง ดึ้ง  เสียงนาฬิกาปลุกดังระงม ไปทั่วห้อง  ทำให้สดุ้งตื่นขึ้นมา เพื่อเตรียมตัวไป ย่าดิงในเช้านี้ ภาระกิจ พิชิตยอดเขา
6.00 น.
   อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย เจอพี่จีนใจดีคุยไม่รู้เรื่องแต่คุยกันได้ แบบคล่องแคล่วปานรู้เรื่อง คุยไปคุยมาเห้ยถูกชะตาวะ พี่ยักษ์ นามขนานของนาง เฟรนลี่ดี เลยเอา มาม่ารส หมูสับที่เอาไปจากไทยให้ พี่ยักต้มกินเป็นอาหารเช้า  เวลาก็ล่วงเลยไปจนได้เวลาไปกินอาหารเช้า
06.30 น.
       พี่ยักษ์ เดินมาชวนไปในครัว ชี้ไปที่หม้อพร้อมบอกว่า กินด้วยกัน พี่ยักษ์ทำกับข้าวให้กินเว้ยยยยย หลังจากตื่นเต้นพร้อมขอบคุณก็มุ่งหน้าไปที่หม้อมาม่าที่มีทั้งมาม่าไทยและ จีนปนกันอยู่ อะรองท้องไปก่อน แต่พี่แกก็เทพเนาะสามารถปรุงมาม่ารสไทยให้เป็นรสจีนได้ รสชาตินี่แบบ เอิ้กกก
7.00 น.
    ออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติ ย่าดิง รอบนี้งดเข้าวัดเนาะ มันร้อนนน 5555   เลยเข้าป่าแทน วันนึงชั้นเดินเข้าป่า &#%-& อะเข้าสู่โหมดจริงจัง คนไทยสองคนที่ไม่รู้ภาษาจีน ยืนงงในดงจีน แน่ๆ ถ้าไม่ได้พี่ยักษ์ อีกเช่นเคย ที่นำพาเราสู่ ย่าดิงตั้งแต่นั่งรถไปอุทยานยันซื้อตั๋ว ราคา 270 หยวน (1,350บาท) ตั๋วนี้รวมแล้วทุกสิ่งอย่าง ใครเป็นนักศึกษาเอาบัตรมาด้วยจะดีมาก ได้ลดราคาไปเยอะเลย

ปากเท้าเข้าอุทยาน

ทางเดินไปขึ้นรถยัส

9.00 น.
รถบัสจากตีนเขาที่เราซื้อตั๋วกัน ก็ได้พาพวกเราผ่านทางอันแสนคดเคี้ยว เลี้ยวรถ ขึ้นมาถึง จุดสตาร์ท เพื่อเริ่มต้นการเดินเท้าเข้าสู่ หุบเขาต่างๆ แต่ระหว่างทางมีจอดจุดชมวิวให้ถ่ายรูปด้วย

วิวระหว่างทางขึ้น
10.00 น.
เดินขึ้นเขาไปเร่ย เร่ย (พี่คนแม่ฮ่องสอนที่รู้จักชอบพูดจากคำว่าเรื่อยๆ) จะเจอสถานีรถไฟฟ้า ที่จะพาเราให้ไปในจุดถัดไปร่นระยะทางขึ้นมานิดนึง ค่ารถคนละ 80 หยวน 400 บาทไทย ปล.จริงๆเดินก็ได้แต่เก็บแรงไว้ปีนเขาเถอะ จริงๆ
10.15 น.
ก็พากันขึ้นมาถึงจุดที่สอง ถัดมาจากจุดเริ่มต้น ก็ออกเดินเท้าขึ้นเขากันอย่าง ขะมักเขม้น จนลืมว่าตัวเองมีอาการแพ้ความสูง เดินร้องเพลงไปเรื่อย….

บรรยากาศโดยรอบระหว่างทาง
11.00 น.
ผ่านมาครึ่งทางแล้วววววตอนนั้นความสูง อยู่ที่ 3000 ปลายๆละ เริ่มล้าวววว อาการเดิม ปวดในตา หอบ เหนื่อย หายใจไม่ทัน หายใจลำบาก หยิบอ๊อกซิเจนออกมาพ่นอย่างรวดเร็ว พ่น ๆๆๆๆๆๆ จนหมดไปขวดนึง…..

บรรยากาศตามทางเดิน
12.00 น.
เดินขึ้นไปเรื่อยๆ พักบ้าง เดินต่อบ้าง ลืมบอกไปว่าพวกเราเป็นกรุ๊ปแรก ของวันนี้เลย ดีตรงคนน้อยยยย ถ่ายรูปสบายย..

ค่าเข้าหลักร้อย วิวหลักล้านจริงๆ
                         (ตอนพิเศษ)
****หลังจากนี้จะเล่ารัวๆ จำเวลาไม่ได้ละ สมองตายทั้งหนาว อุณภูมิราวๆ 4-5 องศา ทั้งฝนตก  ทั้งเพลีย ทั้งมีอาการ แพ้ที่สูงอีก ฝ่าฟันกันไปตลอดทาง เก็บวิวชมนกชมไม้ ชมเขา ชมหิมะ น้ำตก วิวหลักล้านนนน  ดีมากดีจนบรรยายออกมาไม่หมด ดูจากรูปว่าสวยแล้วว ของจริงมันยิ่งกว่าเว้ย
*******เดินไปเดินมา ก็มาถึงทะเลสาบห้าสี กับทะเลสาบน้ำนม ณ ที่ตรงนั้นคือยืนอยู่กลางเขาที่กั้นสองทะเลสาบนี้ไว้ จริงๆแล้วถ้าเดินตามทางคือต้องถึง ทะเลสาบน้ำนมก่อน คนอย่างข้าปกติที่ไหนละ ปีนขึ้นไป แล้วตัดสินใจว่าจะไปฝั่งไหนก่อน  สุดท้ายก็เลือก ทะเลสาบ5สีก่อน เพราะทางเดินกลับอยู่ตรงทะเลสาบน้ำนมทางที่ขึ้นมา จะได้กลับได้ทันทีโดยไม่ต้องปีนเขาไปมา แค่นี้ก็จะตายอยู่ล้าวว
*********ทะเลสาบห้าสี ความสูง 4,620   เมตรจากระดับน้ำทะเล ปกติอยู่ไทย 2,000 กว่าๆ เอง ยืนชมทะเลสาบได้เป็บนึง อาการแพ้ที่สูงกลับมาอีกครั้งปวดหัวมากกกกก หัวจะระเบิดตู้มเกิดเป็นโกโก้ครั้น เลยเททุกสิ่งอย่าง ไม่ดูละ นั่งโด๊ปออกซิเจน กระป๋องใหม่อีกแล้วว  ดีขึ้นมาเยอะเลยยย  อะดีขึ้นละไปต่อ…..

ทะเลสาบห้าสี
*********ทะเลสาบน้ำนม
เกิดอาการ เดดพู เอ่อ.. เดดอากาศอีกแล้ว รอบนี้หนักเลย ทั้งอ้วกทั้งมึน เลยนั่งสักพักใหญ่พอดีขึ้นนน ก็เลยไป ชมสักหน่อย  อื้อหือ หิมะ ทะเลสาบ คือดีอ่าาาาา ดีมากอ่าาา ดีต่อใจ

ทะเลสาบน้ำนม

Day,5 27/05/18
ตื่นเช้าอีก 1 วัน เพื่อกลับไปที่ ย่าดิง เก็บทะเลสาบอีก 1 ทะเลสาบคือทะเลสาบใข่มุกจริงๆถ้าเมื่อวานไม่เมาคาเขา ก็เก็บหมดละมันไม่ได้ไกลขนาดน้านนน
6.00 น.
   ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดเมื่อยจากเมื่อวานแต่ต้องเตรียมตัวลุยต่อ ย้อนกลับไปเมื่อวานตอนกลับมาจากย่าดิง คือได้ลั่นสัจจะไว้ว่า กรูจะไม่ไปอีกกกกกกกแล้วว!!!
7.00  น.
   แต่แล้วก็ต้องไปเพราะ ใจสั่งมา ออกมารอบัสหน้าห้องพักเพื่อจะกลับไปบนอุทยานแห่งชาติ ย่าดิงอีกครั้ง ค่ารถบัส 5 หยวน 25  บาทไทย แต่ถ้านั่งแวนไป 10 หยวน 50 บาทไทย กลับไปเก็บตกอีก 1 ทะเลสาบ เป็นคนละเส้นทางกับเมื่อวานแต่ทางเดินในวันนี้เป็นระยะทางที่สั้นกว่ามาก และไม่ทรหดเท่าเมื่อวาน 

ทางเดินจะเป็นสะพานเหล็ก
8.00 น.
   ถึงจุดซื้อตั๋วเราก็รีบเบิ่งหน้าไปข้างบนที่ทำการ ในวันนี้ตั๋วจะถูกลง เพราะจะเสียแค่ค่ารถขึ้นเขา 60 หยวน (300บาท) ไม่ต้องเสียค่าเข้าอุทยานแล้วสำหรับผู้ที่มาวันที่ 2 แต่!!! ต้องโชวรูปคู่เซลฟี่กับธรรมชาติข้างในด้วยที่เค้าเตอร์ซื้อตั๋ว
8.30  น.
   รอขึ้นรถเพื่อไปจุดเริ่มต้นเดินเท้าขึ้นไปทะเลสาบ  ก่อนจะขึ้นรถต้องโชว์ตั๋วพร้อมรูปถ่ายอีกครั้ง ถึงจะขึ้นรถได้!!! ลำยายยยย อย่างแรง
9.30 น.
    ถึงจุดเริ่มต้นอีกครั้งก็รีบ จ้ำอ้าวขึ้นไปบนเขาแบบไม่รอช้า  ผ่านวัด ผ่านธรรมชาติหลากหลาย ผ่านชาวจีนที่ทักทายเราอย่างกับคนรู้จัก

ใช้เวลาไปไม่ถึง 1 ชม.ก็ถึงทะเลสาบใข่มุก เป็นที่เรียบร้อย ทะเลสาบที่มีฉากเป็นภูเขาหิมะ สวยแปลกตาหาดูยาก  ระหว่างทางเจอน้องกระรอก สงสัยหิวเลยแจกเม็ดทานตะวันน้องไปนิดหน่อย น้องน่ารักเป็นกันเอง 555 เอะนั่นกระรอก หรือคน แต่ให้น้องไปเม็ดสองเม็ดนะกลัวจะกระทบกับวิถีชีวิตของน้อง

จะมีทางเดินรอบทะเลสาบ ถ่ายแต่ละมุมฟิวมันจะต่างกันมาก และวันนี้ก็ฝนตกทั้งวัน -_-
11.30 น.
      หลังจากถ่ายรูปชมนกชมไม้เสร็จก็พากันลงมาจากเขา อย่างเร่งรีบ เพราะต้องไปเมืองเต้าเฉิงต่อ เพื่อจะไปซื้อตั๋วรถบัสกลับแชงกรี-ร่า ที่เต้าเฉิงคือศูนย์รวมรถบัสเพื่อที่จะไปเมืองต่างๆของย่านนี้
13.00 น.
     ลงมาจากอุทยานเรียบร้อยด้วยรถบัสหใายเลข4  กลับลงมาที่รถบัสก็ออกจากที่ซื้อตั๋วลงไปหมู่บ้านรือว่า มีเพื่อนๆเราหลายคนรอเราอยู่ที่นั้น รวมถึงพี่ยักษ์ใหญ่ใจดี พี่ชายของเราด้วย
พี่ยักษ์มีแพลนจะออกเดินทางแต่เช้า แต่ด้วยความที่พี่ยักษ์ สงสารน้องเลยรอเพื่อจะพาไปซื้อตั๋วรถกลับแชงกรี-ร่า ในเมือง เต้าเฉิง

พี่ยักษ์ของเรา ขอสารภาพว่าลืมชื่อนาง
15.00 น.
    ออกเดินทางด้วยรถแวนส่วนบุคคล คนละ 50 หยวน (250บาท) ไปเมืองเฉิงตู มีพี่ยักษ์ และ คนไทยอีก 2 คน ออกเดินทางกันไปเรื่อยๆ ระหว่างทางเปิดเพลงร้องกันอย่างสนุกสนาน เพราะคนขับจะ หลับบบ!!! เลยต้องเอนเตอร์เทน กันหน่อย จริงๆมีคลิปแต่เสียดายลงคลิปในนี้ไม่ได้
16.00  น.
   มาถึงเฉิงตู เรียบร้อย เป็นเมืองที่สงบ เงียบและเป็นระเบียบมาก ผู้คนที่นี่น่ารัก เป็นกันเอง มาถึงก็รีบไปซื้อตั๋วเพื่อไปแชงกรี-ล่า ในราคา 105 หยวน (525 บาท) รถออกพรุ่งนี้เช้า 6.00 น. เช้ามากกกก
17.00 น.
    ออกหาห้องพักกัน เดินหลงไปหลงมา ก็เปิดดูห้องพักในบุ๊คกิ้ง เว็บจองห้งพัก เจอที่นึงราคาไม่แพง ก็เข้าไปคุยกัน กว่าจะเคลียลงตัวตอนแรกพี่แกเสนอมาให้ในราคา 40 หยวน นางบอกห้องน้ำแยกเป็นส่วนตัว เราก็อยากได้ราคาประหยัดกว่านี้เลยบอกไปว่าไม่เป็นไรอาบรวมได้ นางก็เสนอห้องอื่นๆและย้อนกลับมาที่ห้องราคา 40 หยวนต่อคน ใช้เวลาเป็น ชั่วโมง จบดีลด้วยค่าที่พักคนละ 40 หยวน จาก 50 หยวนเห้ออออ…..หิวล้าววว ไปหาอะไรกินกัน…
18.00 น.
    ออกหาร้านอาหารในย่านนี้ หลับตาจิ้มๆ เจอร้านนึง น่ารักดีเลยเข้าไปสั่งอาหารกินกัน อาหารจีนมันอร่อยดีนะ แต่ก็ยังชอบอาหารไทยเหมือนเดิม คิดถึงข้าวกระเพรา คิดถึงใข่เจียว เอ้เอาไงดี อยากกินอาหารไทย มีน้องคนนึงเสนอขึ้นมา เราไปขอเค้าทำไหม ความคิดดี อะ หยิบของวิเศษขึ้นมา วุ้นแปลภาษาาาาาา!!! 5555 เจ้าของร้านใจดีมนก ให้ทำแบบไม่มีข้อโต้แย้ง โอ้ยฟินใข่เจียวร้อนๆในต่างแดน…แต่..มีเรื่องตลกเกิดขึ้นในขณะนั้นคือ อาเจ๊แกพยายามจะเติมน้ำมันลงใข่เจียวของพวกเราพวกเราต้องคอยเบรคแบบฮามากก  ให้คิดถึงจังหวะซิตคอม อารมณ์ประมาณ เจ้แกตักน้ำมันอยู่ในมือและพยายามจะเทลงไปในใข่เจียว และมีกลุ่มเด็กไทยกลุ่มนึงตะโกนพร้อมกันว่า Noooooo คืนนี้ นอนหลับสนิทละได้กินใข่เจียวแบบไทยๆ 

บรรยากาศและอากาศดีมากกกกกกกก กอไก่ล้านตัว
21.00 น.
    หลังจากกินข้าวเสร็จก็ออกเดินชมเมืองนิดหน่อย อากาศที่นี่หนาวมาก แต่เมืองสวยมากสะอาด เป็นระเบียบ สถาปัตยกรรมมีเรื่องราวเรื่องเล่าในทุกรายละเอียด  หลังจากชมเมืองเสร็จก็กลับห้องนอนนน…..

ผ่านกันมาครึ่งทางแล้วสำหรับการเดินทางในทริปนี้แต่การเดินทางยังอีกยาวไกล และวันนี้เป็นวันแห่งการเดินทาง เตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมตูด เตรียมเอาโซ่มาล่ามขวัญไว้ได้เลย รับรองว่าทางจาก เต้าเฉิงไป แชงกรี-ร่า นี่โหดสัสรัสเซีย โคลอมเบีย  แน่นวล
5.00 น.  เต้าเฉิง
      ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเช้านี้  นัดเพื่อนชาวไทยไว้สองคน และ รวมถึงพี่ยักษ์ด้วย ที่ลอบบี้ โฮสเทล ตอน ช้าสุดก็อีสองตัวนี้นี่แหละสัมภารกเยอะ ไหนจะมาม่า ไหนจะขนมที่เอามาจากไทย ทุกวันนี่อยู่ได้ด้วยมาม่า ยำยำ นิชชิน และ ยัมมี่เยลลี่ สายจนต้องเอามาแบบมา 10 วัน  20 ซอง เช้าเย็น 55555 แหม่คนมันจะจน ช่วยไม่ได้ เอะมีแต่คนมันจะรวยช่วยไม่ได้ไม่ใช่หรอไมค์!!! เล่นเอง ตบเอง ตีเอง ครบ ถ้าเข้าวงการเจ๊ซาร่าตกงานชัวร์
6.00 น.
       รถเลท นิดหน่อยพวกเราเลยมีเวลา กรุ๊ปฟี่ กับพี่ยักษ์ และเพื่อนชาวไทย อีก 2 คน ก่อนพี่ยักษ์จะแยกกับเราตรงนี้เพื่อไปลาซา คนละเมืองกับพวกเรา  รอได้สักพักนึงรถก็มา รถไม่ผีสางนางไม้เท่าวันก่อนที่นั่งมา ขึ้นรถมาได้พัก ก็ต้องกล่าวคำว่ายินดีต้อนรับผู้โดยสารทุกท่านเข้าเส้นทางดาวอังคาร ไปสู่จักรวาร ฟ้าดินเป็นพยาน 55555 เพลงมาอีกแล้วสงสารคนอ่านจัง ทางที่มึพร้อมทั้งหุบเขา หินผา และหน้าเหว อ่าวววเห้ยย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา!! ต้องร้องตะโกนออกมาอีกครั้งว่า ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า…เกิดอะไรขึ้นรถจอดทำไม
9.00 น.
       เอ่อ…..มีการเปลี่ยนรถเกิดขึ้นจากรถที่ไม่ผีมาก สู่รถบัสสายวิบาก ที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินแดงเกรอะรถ อ่าวอุส่าดีใจว่าจะได้นั่งรถสบายละ หลอกดาวทำไม ฮือๆเพื่อที่จะขับนำพาพวกเราไปบนเส้นทางดาวอังคารไปสู่จักรวาร พอเถอะขอละ หยุดลำไยร้องเพลง ผ่านภูเขาสูงเป็นสิบๆลูก(จะลงภาพปลากรอบอร่อยเลยสึสขอเป็นหนังปลาแซลม่อนด้วย ถุ้ยยย!! ประกอบโว้ยจริงๆ เว้ยอยากให้เห็นวีดีโอมากอะ สั่นกว่าเทพยุค 4.0 ก็พี่นี่แหละจา) ออกเดินทางอีกครั้ง ค่ารถหลักร้อย วิวหลักล้านอีกเช่นเคย พร้อมทั้งไดไอซ์ธรรมชาติ (ฝุ่นไง) นั่งๆนอนๆ จนเวลาผ่านไป

ข้างๆคือเหวอ่า ต้องสูงแค่ไหนบ้านถึงจะเล็กขนาดนั้น
17.00 น.
        มาถึงแชงกรี-ล่าเรียบร้อย ซื้อตั๋วไปลี่เจียงก่อนเลย ในราคา 63 หยวน (315บาท) โดยประมาณ ต่อไปก็เดินหาที่พักกันตงหลงไปหลงมา แมพตรงบ้างไม่ตรงบ้าง จนมาเจอบ้านหลังนึงอยู่ในซอย ใจกลางเมืองโบราณแชงกรี-ล่า ค่าห้อง 30 หยวน/คน (150บาท) พร้อมอาหารเช้า  โอยห้องพักในราคาถูก ใจกลางเมืองเก่า และ มีอาหารเช้า ดีอ่าาาา สายประหยัดบอกเลย
19.00 เช็คอินห้องพักเรียบร้อย ออกล่าเหยื่อต่อ เดินไปเดินมาไปโผล่วัดต้าฝอ ชาวบ้านกำลังเต้นกันอยู่ลานหน้าวัด แวะเต้นสักหน่อยพร้อมเก็บภาพวัดวิวกลางคืนอีกสักครั้ง คนละฟิวกับตอนเช้าเลยเว้ย รอบขามาถ่ายกลางวันไปแล้วรอบนึงคงเห็นกันแล้วข้างบนๆ  ลืมเรื่องหิวไปเลยตอนนั้นนึกได้อีกทีดึกขึ้นไปอีก

   21.00 เจอร้าน hot pot ร้านนึงในเมืองเก่าเงียบดีเลยแวะกินกัน ในราคา 64หยวน/2 คน(320บาท) เป็นเนื้อย๊าค อร่อยมากกกก หอมเครื่องใน ตินิดเดียวคือความมันที่เยิ้มไป มันเลี่ยนวุ้ยยยย 

มื้อนี้คือแบบสเปเชียล ปกติใช้ชีวิตแบบยาจกคนจน
   22.00  กลับห้องนอนเอาแรงพรุ่งนี้เดินทางต่อ…..การเดินทางนี้ยังอีกยาวนาน

เก็บตก

ตอนไปจิ่วจ้ายโกว ไปกับทัวร์ ไกด์มาแนะนำยาน้ำแดงอะไรไม่รุ จำชื่อไม่ได้ กับออกซิเจนกระป๋อง ในใจคิดว่ายาอะไรหลอกขายแน่ๆ
แต่พอลงไปเดินเที่ยวที่แรก ซึ่งยังไม่สูงเท่าไหร่ ปรากฎว่ามีอาการปวดหัวและปวดกระบอกตามาก เดินไม่กี่ก้าวก็เหนื่อยไปไม่ค่อยจะไหว
ในใจคิดว่าตายแน่พรุ่งนี้เข้าจิ่วจ้ายโกวเต็มวัน จะมาป่วย เสียเงินฟรีแน่ เลยลองซื้อยาน้ำแดงที่ไกด์แนะนำ 1 กล่องกินได้ 2 คน แบ่งกับเพื่อนอีกคน
กินแล้วนอน ตื่นขึ้นมาหายเป็นปลิดทิ้ง  คุ้มค่ากว่าออกซิเจนกระป๋องหนักมากค่ะ ใครไปเที่ยวที่สูงที่จีน แนะนำเลย ***ไม่ได้มาขายของน๊า
เจอมากับตัวเองจริงๆค่ะ

Day,7 29/05/18
จากแชงกรี-ล่า สู่ ลี่เจียงใช้เวลาประมาณ 6 ชม. ออกเดินทางกันตอนเที่ยงวันทันเหตุการณ์ 5555 และสภาพอากาศวันนี้คือฝนตกแน่นอน  พีคคค
8.00 น.
    อย่างที่บอกว่าที่พักมีอาหารเช้าให้ เป็นข้าวต้ม ใข่ดาว และผัดอะไรก็ไม่รู้ กินแต่ข้าวต้มกับใข่ดาว อร่อยดี ไม่มีให้ดูเด้อ ไม่ได้มีการวางแผนว่าจะมารีวิวตั้งแต่แรก แต่มาเปิดเออรูปเยอะดี อยากแชร์ความผี ความสาง ความนางไม้ ให้ทุกคนฟัง อ่าน มันสนุกดี แฮะๆ
12.00 น.
     หลังจากกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อยพวกเราก็ออกไปเรียกแท็กซี่กันในราคา 10 หยวน  50 บาทไทย แต่ในความเป็นจริงคือไม่ถึง แนะนำให้ตะโกนบอกว่า มิเตอร์ มิเตอร์ ถ้านางไม่เข้าใจให้ขึ้นไปเลย และ ไปจ่ายเอาตอนถึงที่หมาย บอกจ่ายตามมิเตอร์โว้ยย ถ้ายังไม่เข้าใจอีกให้ร้องเพลง เป็นแค่หนอนผีเสื้อ ที่หลงลืมตาเกิดมาท่ามกลางดอกไม้&*@^& ไปได้เรื่อยวันนั้นสรุปจ่ายไป 7  หยวน บอกมีแค่เนี้ยย ก็จริงๆไม่ถึงด้วยซ้ำ ระยะทางไม่ถึงสองกิโล เพื่อที่จะไปท่ารถ จะไปลี่เจียงเมืองเก่า ไปเที่ยวที่นั่นต่อ มาถึงท่ารถแบบหวุดหวิด กันเลยทีเดียวเชียวรถออก 12.10 น. เด้ออออ
13.00 น.
    นั่งรถกันไปแบบเรื่อยๆ เปื่อยๆ บอกเลย เปื่อยจริงๆ แหม่ พอเห็นคำว่าเปื่อยๆก็อดนึกถึงพี่ที่ร้านชาวแม่ฮ่องสอนขึ้นมาตลอด พี่แกชอบพูดว่า เป่ย เป่ย นั่งรถเป่ยๆ  เดินเร่ยๆ 55555 น่ารักดีเนอะ  เข้าเรื่องโว้ยย วิวข้างทางก็สวยดี ช่วงเดินทางก็จะวิวเมืองบ้าง เขาบ้าง ธรรมชาติบ้าง การเดินทางครั้งนี้ไม่ หวือหวาอะไร เพราะกำลังจะเข้าเมืองละ จากคนป่าสู่คนบ้าเอ้ยคนเมือง
18.00 น.
    โอยยยยยยย ถึงกับโอดโอย นั่งไป 6 ชม.เต็ม มาจริงครั้งนี้เดินทางกับรถเนี้ยเล่นเอาตูดด้านเลยจ้า  ระยะทางอย่างกับนั่งรถจากกรุงเทพกลับชุมพรบ้านเกิดเมืองนอนกันเลยทีเดียวเชียว จากบ้านป่าบ้านเขา เมื่องเก่าแก่  สู่เมืองหลี่เจียงที่เก่าแก่เช่นกันแต่อยู่ในเมืองละ  เดินหาที่พักกันก่อนเลยอันดับแรก เหมือนโยนหินถามทางอะ เพราะอีกูเกิ้ลแมพแอบปักไม่ตรงกับสถานที่จริงสักเท่าไหร่ อีผีเป้หนักนะโว้ยย จนเดินเข้าไปในลี่เจียงเมืองเก่า ที่มีรีวิวบ้างก็ว่าเสียค่าเข้า ประมาณ 80 หยวน 400 บาทไทย บ้างก็ว่าไม่เสีย พวกเรามาถึงกันเย็นละ เดินเนียนๆไปเรื่อยๆ เอ้าเข้าฟรีวุ้ย ไม่มีคนมาเก็บ ลาภปาก ลาภกระเป๋าละ เนียนต่อหาที่พักในนี้เลยเช้ามาจะได้ไม่ต้องเข้ามาใหม่ถ้าพักนอกเมืองเก่า ถ้าเข้ามาอีกรอบกลัวจะต้องเสียตัว แฮ่ เสียตัง 5555 แผนชั่ว เดินหาไปเรื่อยๆ ก็มาเจอที่พักที่อยู่ในซอยที่ถ้าเดินดึกๆ ก็จะเดินลึกๆในซอยเปลี่ยว โดดเดี่ยว ตื่อ ตือ ตือ ตื่อตื้อ อะเพลงก็มา เหนื่อยใจ 55555

บรรยากาศข้างในหลี่เจียง
19.00 น.
    ที่พักเป็นโฮสเทลที่เต็มไปด้วยวัยรุ่นนน ยังกับหอพักนักศึกษา ที่มีเด็กไทยสองคนหลงเข้าไป 55555 แต่ที่พักก็ไม่แย่ ไม่มีอะไรแย่เท่ารถนอนที่หมอนขึ้นรา และอีห่..ข้างๆแดรกถั่วละโยนมาใส่ฝั่งไมค์นอน ตื่นขึ้นมาเอ้ะไม่ได้กินถั่วละเปลือกมาจากไหนนักหนา โถ่อีผีข้างๆนี่เอง ที่พัก ราคาคนละ 25 หยวน 125 บาทไทย นอนแยกหญิงชาย
20.00 น.
    ได้เวลา ล่า2018 เพราะหิวมาก เดินไปเดินมาในเมืองเก่าหลี่เจียงที่สองข้างทางมีแต่ร้านขายอาหาร ขบเคี้ยว ขนม เนื้อย๊าก บลาๆ สิ่งที่ดีคือชิมทุกร้านเลย เมืองเค้าใหญ่มาก ใหญ่ขนาดที่เดินชิมได้วันละซอย ความคิดคนชั่วเนาะ เดินวันละซอยยังได้เลยอันเนี้ยความคิดคนดี สถาปัตนี่แบบฉบับพี่จีนในหนังจีนเค้าเลย สวย ปราณีต ละเอียด ขาว เนียน นุ่ม เอะเมืองหรืออะไรหึ

22.00 น.
      ได้เวลากลับห้องนอนเดินหาห้องพักกันแบบ คนหลง2018 หลงไปหลงมาจนฝนตก เจอร้านเหล้าที่อยู่ในเมืองเก่าหลี่เจียงมันเด็ดดวงตรงเมืองโบราณที่มีโซนร้านเหล้าแบบจัดหนัก พร้อมโคโยตี้โยกๆเย้วๆ แหมๆๆๆๆ ก็แวะหน่อยของมันต้องโดน แต่ขอร้านที่ไม่มีโคกระบือ แอร้ยโคโยตี้นะ  55555  ก็จิ้มมาร้านนึงนักร้องดีย์ เข้าไปตามธรรมเนียมสั่งเบียร์มาตั้งไว้ขวดนึงพี่เด็กเสิร์ฟมองหน้าเลย5555 เพราะโต๊ะอื่นคือ ฟูลวอลลุม มาก ก็จะมาฟังเพลงอ่าาาข้างนอกฝนตกอ่า เพลงจีนเพราะนะเพราะมากเลยแหละอ่า ฟังไม่ออกหรอกแต่ชอบบบบบ

    23.00 น.
     ได้ฟังอยู่สองสามเพลง ก็หยุดร้องและทุกอย่างก็เงียบลงเหมือนได้เวลาปิดแต่นั่งได้ต่อพร้อมเสียงคนที่ดังขึ้นแบบคุยกันฉ้องๆแฉ้งๆ ตามประสาพวกคนเมาและคนเยอะๆ เซ็งเพลงก็ไม่ได้ฟังค่าเบียที่ซื้อมาตั้งไว้ก็แพง ขวดเล็กๆเท่าไฮเนเก้นบ้านเรา ขวดละ 70 หยวน 350 บาทไทย โอ้ยยยยย อีผี….
   23.30 น.
    กลับห้องนอนเถอะ รมณ์เสีย……..

ปล. ลืมเล่าว่าในเมืองมีร้านเขียนโปสการ์ด ส่งกลับบ้านเกิดด้วย อยากให้แวะไป มันดีมาก และ ของก็พึ่งส่งมาถึงเมื่อวันที่ ที่ 13/06/18 

ร้านโปสการ์ด และ ลายโปสการ์ดที่เลือกมา

Day,8 30/05/18
เก็บตกบรรยากาศที่ ลี่เจียงอีก 1 วันในช่วงกลางวัน เหมือนวันนี้คือฟรีเดย์ เพราะฝนตก ควรจะนอนเล่นอยู่ห้องได้เลยเพราะฝนตก 100% ทุกชั่วโมงตามรายงานสภาพอากาศ และวันนี้รูปจะน้อยมากกกก 

และเมื่อฝนตกเพลงนี้ต้องมา ไปเดินร้องเพลง ฝนตกยิ่งนึกถึงทีไรก็ยิ่งชุ่มฉ่ำอยู่ในหัวกระได แฮ้…
9.00  น.
ออกเดินหาข้าวกิน วันนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจตกแบบเทน้ำเทท่ามาก ทั้งวี่ทั้งวัน  โดยที่พวกเราขอยืมร่มคนในโฮสเทลมาใช้ทั้งวันเลย 555 ไม่ซื้อโว้ยยย คนมันจน5555 วันนี้ไม่มีเหตุการณ์อะไรมาก เดินชมเมืองในบรรยสกาศฝนตก หนักเบาสลับกันแบบไม่หยุดขอข้ามไปช่วงเย็นเลยละกัน 

 สาวกระโปรงเฮี่ยนมื้อนี่ไปเรียนแล้วบ่ 55555

ฝนตกจนน้ำจากที่ใสมากอะกลายเป็นสีเข้มขนาดนี้
17.00 น.
พวกเราแพ็คกระเป๋าพร้อมออกเดินทางด้วยรถไฟนอน ในราคา คนละ 152 หยวน 760 บาทไทย ลี่เจียง-คุณหมิง โดยที่เราจะนั่งรถเมล์ไปสถานีรถไฟกัน 

หน้าสถานีรถไฟลี่เจียง
19.00 น.
จากนั้นพวกเราก็มาถึงสถานีรถไฟ เดินหาที่นั่งเพื่อรอ เพราะพวกเรามาก่อนเวลา อยู่ต่างบ้านต่างเมือง ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไรบ้าง เลยต้องเผื่อเวลาเยอะๆ กว่ารถไฟจะออก ก็ 22.30 น.  เจอที่พักแบบโซฟาพร้อมที่ชาร์จแบต อยู่หลายจุดเลยไปอ่านป้าย  คือต้องซื้อของในมินิมาร์ท ในราคา 20 หยวนถึงจะเข้าพักได้  ก็ทำการไปซื้อข้าวของกันมานั่งกินรอสักพักมีป้าชาวจีนเดินมาพร้อมป้าย เมนูชา ต่างๆ แล้วบอกว่าต้องซื้อชาคนละแก้วในราคา 20 หยวน 100 บาทไทย OMG เข้าใจผิด 5555 ก็คิดว่าแพงจังเลยออกไปข้างนอก ไม่เอาละ เดินหาที่พักกันสุดท้าย ก็วนกลับมาที่เดิมพร้อมซื้อชา คนละแก้วและขอน้ำร้อนมาต้มมาม่า ที่ซื้อมาจากความเข้าใจผิดเมื่อกี้ 55555 ปล.มาม่าจีนรสชาตินี่แบบ %@*$($£^*&%#_£฿)?%; จิงๆ แนะนำให้ลองมาม่ารสย๊าก อีสึส กินแล้วย๊ากกกกก สมชื่อ ย๊ากกกแม่ม สราสสสส นั่งๆนอนๆ เรื่อยๆเปื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยไป พอใกล้ๆเวลารถไฟจะมาสแตนบายก่อนครึงชม. เดินเข้าแถวตามช่องที่บอกชื่อเมือง เพื่อตรวจอาวุธและเข้าไปข้างในอีกทีนึง 

ตั๋วรถไฟครับ
22.00 น.
รถไฟมา…..ตื่นเต้นมากเป็นการนั่งรถไฟแบบนับครั้งได้เลยในชีวิต เดินหาโบกี้รถกันแบบงงๆ เพราะตั๋วมีแต่ภาษาจีน เดินถามตั้งแต่ตู้แรกยันตู้สุดท้าย รถนอนคือดีมากกกก ขึ้นไปบุ๊ป งงจางง ที่นั่งไหนนน เดินไปถามเจ้ชาวจีนข้างหน้า คือเจ้แกพาเดินไปที่นอนเลยดีมากอ่าาา ได้นอนข้างล่างตามที่ได้ตกลงกับเจ้ขายตั๋วว่าขอนอนข้างล่างทั้งสองคนโดยใช้กูเกิ้ลทรานสเลส ก็กลัวๆว่าเขาจะแสร้งเข้าใจให้ซื้อตั๋วเสร็จๆไป แต่เขาทำตามคำขอเราจริงๆ แนะนำเลยครับให้นอนข้างล่าง ที่นอนมี 3 ชั้น ชั้นบนสุดนี่พีคสุดละสูงเกิ้น
22.30  น.
รถออก แปลงฟัน นอน

อะอะอะ ยังไม่จบ ลืมบอกว่าพวกเราแอบ สระผม เช็ดตัวที่อ่างล้างหน้าบนรถไฟแบบไม่เกรงใจสาธารณะชนในนั้นเลย 5555 ก็หัวเหนียวอะเจ้ อย่ามองๆ 55555 เก๊าเขินนะ จบนอน ไปเจอกันที่คุนหมิงจ่ะ 

Day’9 31/05/18  
    วันนี้เป็นวันที่ใช้เวลาอยู่ในเมืองคุนหมิง ทั้งวันแบบจัดเต็ม แบบฉบับคนจน

สถานีรถไฟคุนหมิง
     8.00 น. มาถึงเร็วกว่าที่คิดจากลี่เจียงถึงคุนหมิงโดยรถไฟนอน แบบหลับสนิท ศิษย์ส่ายหน้ามาก 55555 เป้าหมายของวันนี้คือ ซื้อของ ฝากเด้อ ไป๊ ลุยย ความพังของวันนี้คือ แบงก์ 1 หยวนหมด จำเป็นจะต้องใช้ขึ้นรถเมล์เลยหาแชกเอาแถวนั้น คนจีนใจดีมาก Support เต็มที่
    9.00 น. ยังงมสถานที่ที่จะซื้อของฝากกันอย่างใจจดใจจ่อบน Google ก็ไม่ได้มีรีวิวเล้ยยย แต่ก็หาจนเจอสถานที่แห่งนึงเป็นที่ๆ คนในพันทิพ รีวิวกันว่าเหมาะแก่การหิ้วของฝากมาก เป็นตลาดที่ใหญ่และ ของเยอะราคาย่อมเยาว์ พร้อมลุยยยยยย เอาจริงจำชื่อตลาดไม่ได้ มันจะมีหลายๆ Terminal หน่อย
  10.00 น. ถึงเป็นที่เรียบร้อยกับ สถานที่ที่วาดฝันไว้ว่าจะได้ของฝากแน่ๆ วันนี่แย่หน่อยเดินหาของฝากพร้อมแบคแพ็คน้ำหนักประมาณ 10 โลกว่า เอื้อกกกก หลังเดาะแน่นอนจ้า  ที่แย่กว่าคือตึก

ปิดบันไดเลื่อน ต้องหอบกระเป๋าขึ้นบันได และที่แย่กว่าคือ มันเหมือนโบ๊เบ๊อ่า ไม่ใช่แนวเล้ยยย  หาเป้าหมายใหม่โดยทันที
   12.00 น. มาถึงที่หมายใหม่ในเวลาอันรวดเร็วเพราะล้มเหลวจากที่เก่า ที่นี่คือ ตลาดชาาาาาา  Yunnan Wholesale tea market เออมันดีเว้ยเห้ยย เดินหาของฝากเป็นชาในราคาย่อมเยาว์และ น้ำหนักเบา เดินไปเดินมาเจอร้านขุ่นแม่คนนึง ถูกชะตาจังวุ้ยแวะเข้าไปดูหน่อย เข้าไปบุ๊ปขุ่ตแม่ต้อนรับดีมาก ทักทายกันแบบเป็นมิตร ไม่ขายของ ไม่ฮาร์ดเซลล์ และที่สำคัญ นางเปิดพิธีกรรมชงชาให้ได้ลิ้มลองกันถึงรสชาติชาต้นตำหรับกันเลยทีเดียว โมเม้นนั้รคือมีความสุขมาก

ถ้าไปแวะร้านเจ้ได้เลยร้านขายชานมใข่มุขมานิดนึงจากปากตลาด
    14.00 น. ออกจากตลาดชาไปหาของฝากต่อเลือกไปย่านใจกลางเมือง Golden gate shopping central เดินไปเดินมาไม่ได้อะไรเล้ยยยย  ตัดสินใจซื้อของบนห้าง คาฟู เลยละกัน

การออกนอกพื้นที่ในครั้งนี้ ได้อะไรมากมายกว่าที่คิด ก่อนหน้าเป็นคนที่ไม่สนใจการไปเที่ยวต่างประเทศเลยเพราะคิดว่าก็เหมือนๆกันแหละ เที่ยวในไทยก็ได้
แต่………….การไปเที่ยวครั้งนี้ทำให้เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนความคิด ไปโดยสิ้นเชิง ประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างแดนที่ทั้งลำบากทั้งสุข มันหาที่ไหนไม่ได้จริงๆ จากภาพจำที่เราเลยโดนใส่ข้อมูลมาว่า คนจีนอย่างนั้น คนจีนอย่างนี้  เราแทบจะไม่เจอเรื่องแย่ๆจากคนจีนเลย  คนจีนที่เราเจอนิสัยดีมากเป็นกันเอง เอื้อเฟื้อมากๆ ถ้าไม่ออกไปเที่ยวครั้งนี้ก็จะมองพวกเค้าในด้านที่เราได้ยินมาแค่เพียงด้านเดียวเท่านั้น  

ข้อคิดที่ได้จากการไปเที่ยวครั้งนี้ได้มามากมายแต่ที่ได้รับข้อคิดหลักๆคือ
*****ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ตอนเราเดินขึ้นเขาพร้อมอาการแพ้ที่สูง มันทรมานมากเว้ย แต่เราสู้จนถึงจุดหมาย มันดีต่อใจมาก
******อย่ามองคนแค่เพียงด้านเดียว
อย่างที่บอกไป เราได้รับการป้อนข้อมูลมาแบบนึง แต่พอเราได้ไปสัมผัส ทำความรู้จักเราก็จะได้มุมมองใหม่ๆ ในสิ่งนั้นเสมอ
อยากให้ เพื่อนๆออกไปเที่ยวกันเยอะๆ เพื่อเรียนรู้ตัวเองให้มากขึ้น^^

Cr : shimaruXkabuki , คาปูปั่น

 

รู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry
131730login-checkรีวิวเที่ยวจีน คุนหมิง แชงกรีร่า ย่าดิง แบบฉบับคนจน ของแท้

 

สำหรับสมาชิก

ใส่ความเห็น