รีวิวท่องเที่ยว/กิน


เที่ยวกรีซเพลินใจ….ฟ้าใสที่ซานโตรินี





ทริปกรีซครั้งนี้ผมเดินทางไปกับทัวร์แห่งหนึ่ง กรีซเป็นประเทศในฝันของผมเพราะมีธรรมชาติที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ผมยังไม่เคยไปที่กรีซมาก่อน พอบริษัททัวร์เสนอโปรแกรมมา ผมจึงรีบไปอย่างไม่ลังเล การท่องเที่ยวครั้งนี้ผมเดินทางในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคมที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ไม่ใช่ high season ผู้คนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆจึงไม่มากนัก แต่อากาศยังหนาวอยู่พอสมควรครับ

ทริปครั้งนี้เดินทางไปท่องเที่ยวทั้งเมืองที่โด่งดังเช่นกรุงเอเธนส์ เกาะซานโตรินี่ และเดินทางไปเมืองที่ไม่ได้เป็นจุดหมายหลักของการท่องเที่ยวกรีซมากนักเช่นเมืองแนฟพลิออน เกาะโนเนมเวเซีย แต่ก็มีความสวยงามและน่าท่องเที่ยวไม่แพ้กันเลย
แผนที่นี้คือเมืองและสถานที่ต่างๆที่เราไปในทริปนี้ครับ

หลังจากลงเครื่องที่ Athens เราเดินทางไปยังเมือง Nafplion
Nafplion เป็นเมืองหลวงแห่งแรกของกรีซในปี คศ.1829 ถึง 1834 ภายหลังจากทำสงครามประกาศเอกราชจากตุรกีเป็นผลสำเร็จ ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปที่เมืองเอเธนส์จนถึงปัจจุบัน
Nafplion เป็นเมืองท่าเล็กๆที่มีบรรยากาศสวยงาม ตั้งอยู่ริมทะเลอีเจี้ยน จุดเด่นของเมืองคือมีป้อมปราการที่อยู่ทั้งบนภูเขาและในทะเล

คืนแรกเราพักที่โรงแรม Amphitryon โรงแรมเล็กๆริมทะเล มองเห็นป้อมปราการจากห้องพัก ให้บรรยากาศที่สดชื่นครับ

วันต่อมาเราเดินทางไปโรงละครแห่งเมืองเอพิดอรัส (Theatre of Epidaurus) ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 330 ก่อนคริสตกาล สามารถจุผู้ชมได้มากกว่า 14000 ที่นั่ง เป็นโรงละครที่มีความสวยงามทั้งในแง่ของสมมาตรและรูปร่างที่ได้*****ส่วน ที่น่าอัศจรรย์ของโรงละครแห่งนี้ก็คือระบบเสียง นักแสดงหรือนักร้องที่ออกเสียงตามปกติที่บริเวณจุดตรงกลางลานแสดง เสียงนั้นจะได้ยินชัดเจนไปจนถึงชั้นบนโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องขยายเสียงเลย
Theatre of Epidaurus ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และยังมีการใช้งานอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
แมวและหมาที่นี่(รวมไปถึงแทบทุกที่ที่ได้ไป)เป็นมิตรและรับแขกดีมากเลยครับ

ต่อมาเราเดินทางไปยังโบสถ์แห่งความมหัศจรรย์ St.Theodora Chapel เป็นโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์ โบสถ์แห่งนี้มีต้นไม้ใหญ่จำนวนถึง 17 ต้นขึ้นอยู่บนหลังคาของโบสถ์ซึ่งเป็นเพียงอาคารเล็กๆ รากของมันชอนไชอยู่ในกำแพงโบสถ์ แต่ไม่สามารถมองเห็นรากต้นไม้ภายในโบสถ์ได้แต่อย่างใด และน้ำหนักของต้นไม้ก็ไม่ได้ทำให้โบสถ์แห่งนี้พังทลายลงมา กลับเหมือนเป็นการโอบอุ้มให้โบสถ์อยู่คงทนมาจนถึงปัจจุบัน
มีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับโบสถ์แห่งนี้คือ นักบวชหญิงสาวชื่อ Theodora ได้ปลอมตัวเป็นทหารชายเพื่อต่อสู้กับผู้รุกรานในสมัยไบเซนไทล์จนได้รับชัยชนะ แต่เธอกลับถูกหญิงสาวอีกรายกล่าวหาว่าทำให้เธอท้อง จนทำให้ Theodora ถูกตัดสินประหารชีวิต ก่อนจะตายเธอได้ร้องขอพระเจ้าให้ร่างกายของเธอกลายเป็นโบสถ์ เส้นผมกลายเป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่บนโบสถ์ และเลือดของเธอกลายเป็นสายน้ำ ซึ่งยังคงไหลผ่านโบสถ์มาจนถึงปัจจุบัน

เราเดินทางต่อไปยังเมือง Monemvasia เมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆนอกชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทร Peloponnese ได้รับการขนานนามว่าเป็น เมืองลับแล หรือยิบรัลต้าแห่งกรีซ สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 6 เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากผู้รุกราน
Monemvasia เป็นเมืองเล็กๆน่ารัก เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่โดยถนนสั้นๆ เกาะนี้มีความยาวเพียง 1 กิโลเมตรและกว้าง 300 เมตร  ด้านหลังของเมืองเป็นภูเขามีกำแพงหินป้อมปราการสร้างอยู่ ชายฝั่งด้านที่หันสู่ทะเล มีหมู่บ้านเล็กๆซ่อนตัวอยู่
ในปัจจุบัน เกาะแห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ มีผู้คนจำนวนมากมายเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน อาคารยุคกลางได้รับการบูรณะและสร้างใหม่ สถานที่หลายแห่งเปลี่ยนเป็นโรงแรมและร้านอาหารให้เลือกสรรอย่างมากมาย คืนนี้เราพักที่โรงแรม Likinia ซึ่งดัดแปลงมาจากส่วนหนึ่งของป้อมปราการนั่นเอง

วันรุ่งขึ้นเราเดินทางกลับไปยังกรุงเอเธนส์เพื่อขึ้นเครื่องบินไปยังเกาะซานโตรินี่ ระหว่างทางแวะชมคลองคอรินท์ (Corinth Canal) ซึ่งเป็นคลองขุด เชื่อมระหว่างทะเลอีเจี้ยน และทะเลเอเดรียติก ขุดคลองสำเร็จเมื่อปีคศ.1893 คลองนี้กว้าง 24 เมตร ลึก 12 เมตร ยาว 6.3 กิโลเมตร มีทิวทัศน์เป็นหน้าผาสูงถึง 74 เมตร มีลวดลายและเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม
คลองแห่งนี้ยังมีความกว้างพอสำหรับเรือขนส่งสินค้าสมัยใหม่ แต่เรือขนส่งสินค้าเหล่านั้นต้องล่องเรือทางเดียว ไม่สามารถสวนกันได้ ในปัจจุบัน มีเพียงเรือเล็กๆและเรือของนักท่องเที่ยวเท่านั้นที่ใช้เส้นทางนี้ เพราะการล่องเรือผ่านคลองและชมวิวทิวทัศน์เป็นจุดดึงดูดหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยวคลองคอรินท์

เราเดินทางไปยังเกาะซานโตรินี่ด้วยเครื่องบิน Olympic Airways ใช้เวลาในการบินประมาณครึ่งชั่วโมง
พอไปถึงเราก็ไปชิมไวน์ของซานโตรินี่ที่โรงงาน Santo Wines ไวน์ของซานโตรินี่มีชื่อเสียงโด่งดัง ระดับโลก ผลิตจากองุ่นภายในเกาะนั่นเอง ต้นองุ่นที่นี่จะปลูกขดเป็นวงกลม ไม่ได้เลื้อยเป็นเถาแบบบ้านเรา เนื่องจากลมพายุที่นี่แรงมาก การปลูกขดเป็นวงกลมแบบนี้จะช่วยลดความสูญเสียลงได้มาก หลังจากนั้นเราก็ไปรับประทานอาหารที่ร้าน Mario เป็นอาหารทะเลพื้นเมืองของเกาะนี้ 

เราเข้าพักที่โรงแรม Suites of the Gods ซึ่งเป็นโรงแรมที่มีวิวทะเลของซานโตรินี่ที่สวยงามมากครับ

วันรุ่งขึ้นเราท่องเที่ยวเกาะซานโตรินี่อย่างมีความสุข อาการกำลังเย็นสบายประมาณ 15 องศา ท้องฟ้าแจ่มใส แสงแดดจ้า เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นอย่างยิ่ง เราไปเริ่มที่ Thira(ฟีร่า) กันก่อนครับ
Thira คือเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะซานโตรินี เป็นเมืองศูนย์กลางของเกาะที่มีร้านรวงมากมาย เช่น ร้านอาหาร ที่พัก บาร์ ไนท์คลับ ร้านของฝากสำหรับขาช้อปมากมาย และหากเลือกพักที่ฟีร่าก็จะเดินทางสะดวกอีกด้วย เพราะที่นี่จะเป็นศูนย์กลางท่ารถสำหรับไปยังสถานที่อื่น ๆ บนเกาะ ส่วนกิจกรรมของเมืองนี้คือการเดินช้อปปิ้ง ชมจัตุรัส Plateria Theotokopoulou และทานอาหารซีฟู้ดสดใหม่ พร้อมชมวิวเรือสำราญในทะเลอีเจี้ยน

ต่อไปเราเดินทางไปที่ Oia (เอีย) หมู่บ้านโบราณที่มีสถาปัตยกรรมแบบคาสโทร เน้นความเรียบแต่เสริมลูกเล่นด้วยหลังคาทรงโค้ง ตัวอาคารสีสดใส ตัวบ้านไล่ระดับลดหลั่นตามไหล่เขา โดยที่หลังคาโดมสีฟ้าสดใสนั้นก็คือโบสถ์คริสต์ หมู่บ้านนี้เดินทางจากฟีร่า ลัดเลาะตามไหล่เขามาประมาณ 11 กม.กิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มายังเกาะแห่งนี้ก็คือ การรอชมพระอาทิตย์ตกตอนเย็น ที่หมู่บ้านเอียแห่งนี้

หลังจากที่บินกลับไปเอเธนส์ อาหารค่ำในคืนนั้นเรารับประทานกันที่ร้าน Dionysos Zonar’s เป็นร้านที่มองเห็นทิวทัศน์ Acropolis ที่ประดับไฟยามค่ำคืนอย่างงดงาม
และคืนนั้นเราพักที่โรงแรม Grande Bretagne ใจกลางเมืองเอเธนส์ ที่มีวิว Acropolis จากห้องอาหารเช้าสวยงามเช่นกันครับ

วันต่อมาเราท่องเที่ยวในกรุงเอเธนส์โดยไปที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติกรีซ (National Archaeological Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสไปที่กรีซ มีของสะสมตั้งแต่ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ และสมัยต่อๆมาที่เกี่ยวข้องกับกรีซมากมาย เดินดูกันเพลินเลยครับ แบ่งเป็นห้องก่อนประวัติศาสตร์ ห้องประติมากรรม ห้องแจกัน ห้องซานโตรินี่คอลเล็กชั่น ฯลฯ

ก่อนจะกลับเราขึ้นไปบน Acropolis of Athens ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของเมือง บนอะโครโพลิสมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญอยู่หลายอย่างเช่น
•วิหารพาเธนอน ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเทพีอาธีน่า เทพีแห่งสติปัญญาและสงคราม เป็นวิหารหลักบนอะโครโพลิส
•วิหารอิเร็คเธอุม สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเทพีอาธีน่าและเทพโพไซดอน มีจุดเด่นคือเสาที่เป็นรูปเทพธิดา 6 คนยืนเรียงรายกัน
•วิหารโพรพิเลอาและวิหารอาธีน่าไนกี้
•โรงละครไดโอนีซุสและโรงละครโรเดสแอตติคุส
ความรู้สึกเมื่อได้ไปอะโครโพลิส รู้สึกถึงความสวยงามและยิ่งใหญ่ของอาณาจักรกรีกในสมัยอดีตจริงๆครับ

ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามการกระทู้ครับ
ขอบคุณบริษัททัวร์และเพื่อนร่วมทัวร์ทุกๆท่านที่ทำให้ทริปนี้มีความสุขและประทับใจเป็นอย่างยิ่ง
ประเทศกรีซเป็นประเทศที่มีอารยธรรมเก่าแก่ มีภูมิประเทศที่สวยงาม ชาวกรีซเป็มมิตร ยินดีช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างเต็มใจ อาหารกรีซอร่อยและดีต่อสุขภาพ(ตินิดเดียวคือออกจะเค็มไปหน่อย) ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดกับกรีซเมื่อหลายปีก่อน เท่าที่สัมผัสมาก็ไม่มีผลกระทบใดๆเลย กรีซจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการท่องเที่ยว ทุกๆท่านได้มาแล้วจะประทับใจไม่ผิดหวังครับ

Cr : ยาหยอดตา , คาปูปั่น

 

รู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry
133640login-checkเที่ยวกรีซเพลินใจ….ฟ้าใสที่ซานโตรินี

 

สำหรับสมาชิก

ใส่ความเห็น


เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ